วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

วัดร่องขุ่นใน จ.เชียงราย

วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย


ประวัติความเป็นมา
วัดร่องขุ่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ของศิลปินชาวเชียงราย อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่ประกาศตนอุทิศชีวิตให้แก่พระพุทธศาสนาในรูปของงานพุทธศิลป์ของแผ่นดิน ความมุ่งหมายในการสร้างต้องการเปรียบเทียบเสมือนเมืองสววรค์ พระอุโบสถงดงามด้วยลวดลายปูนปั้นและประดับด้วยกระจกสีขาวล้วน ซึ่งสีขาวหมายถึงพระบริสุทธิ์คุณของพระพุทธเจ้า ชาวต่างประเทศจึงมักเรียกวัดนี้ว่า the White Temple ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดโทนสีทองเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะและภาพเหตุการณ์สำคัญในโลกยุคปัจจุบัน ห้องน้ำได้รับการออกแบบอย่างสวยงามเป็นสีทองอร่ามทั้งหลัง อีกด้านหนึ่งเป็นหอนิทรรศการแสดงผลงานศิลปภาพวาด ของ อ. เฉลิมชัย โครงการเต็มรูปแบบในอนาคตจะมีโบสถ์ทั้งหมด 9 หลัง ระยะเวลาก่อสร้างราว 60-70 ปี ได้ดำเนินการมาผ่านมาแล้ว 10 ปี ปัจจุบัน วัดร่องขุ่นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นอย่างประมาณค่ามิได้





เราเดินทางจาก อำเภอ ป่าแดด ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน ข้ามสะพานแม่ลาวไป 14 กิโลเมตรจะเห็นป้ายบอกทางไปวัดร่องขุ่น เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกมานิดเดียวครับ ก็จะเจอกับทางเข้าวัด ด้านหลังวัดมีที่จอดรถเยอะมาก จอดรถเสร็จก็เดินเข้าทางข้างวัดได้เลยเมื่อก้าวเข้ามาในวัดจะเห็นกับความสวยงาม สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยของวัด เห็นฝรั่งที่มาเที่ยวถึงกับต้องเอ่ยปากชมถึงความ Amazing ของวัด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมจะพาไปชมความสวยงามของวัดร่องขุ่นในวัดร่องขุ่นจะแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนบนเนื้อที่ 9 ไร่กว่าๆ

1.             เขตพุทธาวาส เป็นที่อยู่ของพระพุทธเจ้า
2.             เขตสังฆาวาส ประกอบด้วยกุฏิพระและหอวิปัสนา
3.             เขตฆราวาส เป็นหอศิลป์ ข้างล่างเป็นที่จำหน่ายผลงานศิลปะ ของที่ระลึก หนังสือต่างๆ


อุโบสถในเขตพุทธาวาส



มือโผล่ขึ้นมาจากพื้นดูคล้ายๆกับในนรกที่ชูมือมาขอส่วนบุญ บางมือก็ยื่นบาตรชูขึ้นมา บางคนก็ใส่เงินเข้าไปในบาตรด้วย แต่ทางวัดห้ามโยนเงินเข้าไปที่พื้นตรงทางเข้าจะเห็นมือขึ้นมาจากพื้นมาจากพื้น สร้างเป็นรูปครึ่งวงกลมแล้วมีสะพานอยู่ด้านบน หมายถึงโลกมนุษย์



บนสันสะพานจะประกอบด้วยอสูร 16 ตัว ข้างละ 8 ตัว ด้านล่างของตรงกลางสะพานจะมีสระน้ำหมายถึงสีทันดรมหาสมุทร สังเกตุดีๆเห็นปลาคาร์ฟตัวใหญ่ๆ ว่ายน้ำอยู่ด้านล่างเยอะเลยเมื่อขึ้นมาถึงโบสถ์ด้านบนห้ามถ่ายรูปข้างในจะมีพระพุทธรูปและภาพเขียนจิตกรรมฝาผนังเป็นโทนสีออกทอง มีรูปอุลตร้าแมนด้วยคิดว่า อ.เฉลิมชัย และคณะที่วาดภาพนี้คงมีอารมณ์ขันพอสมควร ภาพฝาผนังยังไม่เสร็จทั้งหมดคงต้องใช้เวลามากเพราะแต่ละภาพสร้างได้อย่างสวยงาม วิจิตรละเอียดอ่อน จากหนังสือ สร้างพุทธศิลป์เพื่อแผ่นดิน

สีทองสวยๆนี้คือ ส้วมทองคำ ครับ ใช้สีทองทั้งหลัง สวยๆอย่างนี้จะกล้าเข้าไหมเนี่ย ส่วนชั้นบนเป็นห้องทำงานและที่อยู่ของ อ.เฉลิมชัย จัดอยู่ในเขตฆราวาส




กุฏิพระใหม่ ใน เขตสังฆาวาส ที่ถูกสร้างขึ้นแทนของเก่าที่ถูกทุบทิ้งในปี 2548 เนื่องจากเป็นของเก่าที่ไม่มีค่าทางสุนทรียภาพในหนังสือ พุทธศิลป์เพื่อแผ่นดิน อ.เฉลิมชัย บอกว่าตั้งใจไว้ว่าจะให้เสร็จทั้ง 9 หลังในปี 2553 

ที่มา : 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น